รู้จัก Robin Zeng คนที่รวยสุดในฮ่องกง เจ้าพ่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า /โดย ลงทุนแมน Robin Zeng หรือ Céng Yùqún ปัจจุบันอายุ 52 ปี และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยสุดในฮ่องกง ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 36,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,101,000 ล้านบาท

35 Views  | 

รู้จัก Robin Zeng คนที่รวยสุดในฮ่องกง เจ้าพ่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า /โดย ลงทุนแมน Robin Zeng หรือ Céng Yùqún ปัจจุบันอายุ 52 ปี และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยสุดในฮ่องกง ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 36,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,101,000 ล้านบาท

รู้จัก Robin Zeng คนที่รวยสุดในฮ่องกง เจ้าพ่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า /โดย ลงทุนแมน
Robin Zeng หรือ Céng Yùqún ปัจจุบันอายุ 52 ปี และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยสุดในฮ่องกง
ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 36,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,101,000 ล้านบาท

ในขณะที่ Li Ka-shing ซึ่งเคยเป็นคนที่รวยสุดในฮ่องกงมาก่อน
ปัจจุบันรวยเป็นอันดับที่ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 31,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 954,000 ล้านบาท

ซึ่งความมั่งคั่งของ Li Ka-shing มาจากหลากหลายธุรกิจ เช่น อสังหาริมทรัพย์, ท่าเรือ, โทรคมนาคม, พลังงาน, ค้าปลีก

แล้ว Robin Zeng ทำธุรกิจอะไร ถึงได้กลายเป็นคนรวยสุดในฮ่องกง?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
Robin Zeng เป็นผู้ก่อตั้ง และประธานของบริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL)
ผู้พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โดยเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2020
CATL ครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก อยู่ 23.8%

ทั้งนี้ Robin Zeng จบการศึกษา ป.ตรี วิศวกรรมต่อเรือ ที่ Shanghai Jiao Tong University
ป.โท วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ ที่ South China University of Technology
ป.เอก ฟิสิกส์ของสสารควบแน่น (Condensed Matter Physics) ที่ Chinese Academy of Sciences

ซึ่งเขาเป็นคนที่เติบโต และทำธุรกิจในเมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน
แต่ตัวเขาเอง ถือสัญชาติฮ่องกง

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีก่อน
Robin Zeng มีวิสัยทัศน์ที่ว่า ต่อไปในอนาคต รถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ
บวกกับรัฐบาลจีน เริ่มส่งสัญญาณที่จะออกนโยบายผลักดัน ให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

ดังนั้น แบตเตอรี่ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ และหัวใจหลัก ของรถยนต์ไฟฟ้า จึงต้องเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาเลยตัดสินใจก่อตั้ง CATL ขึ้นในปี ค.ศ. 2011

และหลังจากนั้น ธุรกิจแบตเตอรี่ของเขาก็รุ่งเรือง ตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

CATL ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เชินเจิ้น ในเดือนมิถุนายน 2018
ซึ่งปัจจุบัน ราคาหุ้นของบริษัท เพิ่มขึ้นกว่า 663% ตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
และมีมูลค่าบริษัท 4,405,000 ล้านบาท

ผลประกอบการย้อนหลังของ CATL
ปี 2017 มีรายได้ 92,563 ล้านบาท กำไร 18,037 ล้านบาท
ปี 2018 มีรายได้ 136,931 ล้านบาท กำไร 15,754 ล้านบาท
ปี 2019 มีรายได้ 211,703 ล้านบาท กำไร 21,209 ล้านบาท

ที่น่าสนใจคือ CATL เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ และซัปพลายเออร์ให้กับ บริษัทรถยนต์ชื่อดังเกือบทุกราย
ไม่ว่าจะเป็น Tesla, BMW, Daimler AG, Volkswagen, Volvo, Toyota, Honda, Hyundai, Geely และ SAIC เป็นต้น

นอกจากธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว
CATL ยังดำเนินธุรกิจอื่นๆ อีก อาทิ จัดหาโซลูชันสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems) ในรูปแบบพลังงานหมุนเวียน อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม

รวมถึงพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ และนำกลับมาใช้อีกครั้ง (Battery Recycling) เพื่อลดต้นทุนด้านแบตเตอรี่ในอนาคต

โดย CATL มีโรงงานการผลิตทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วยในจีน 4 แห่ง และ เยอรมนี 1 แห่ง
มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 4 แห่ง ประกอบด้วย ในจีน 3 แห่ง และ เยอรมนี 1 แห่ง

สรุปแล้ว ด้วยเมกะเทรนด์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ที่ทำให้เกิดความต้องการในแบตเตอรี่มหาศาล

และยิ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ยิ่งแข่งขันกัน หรือ มีผู้เล่นเข้ามาในตลาดมากเท่าไร

ก็ยิ่งทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ โดยเฉพาะเจ้าตลาดอย่าง CATL ได้รับอานิสงส์ มากเท่านั้น

CATL จึงเป็นดั่งขุมทรัพย์ และเครื่องจักรผลิตความมั่งคั่งให้กับ Robin Zeng จนทำให้เขาได้ครองบัลลังก์ บุคคลที่รวยสุดในฮ่องกง นั่นเอง..

Powered by MakeWebEasy.com